นันยางเท็กซ์ไทล์ ผุด “HATCH” ชุมชนดีไซน์เนอร์

admin

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตแรง หนุนดีไซน์เนอร์หน้าใหม่แจ้งเกิด กลุ่มบริษัทนันยางเท็กซ์ไทล์ ผู้นำธุรกิจสิ่งทอและโซลูชั่นส์การผลิตเครื่องนุ่งห่มครบวงจร เปิด “Hatch Designer Hub” สร้างอีโคซิสเต็มสำหรับสตาร์ทอัพด้านแฟชั่น ผลักดันอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

วิบูลย์ ตวงสิทธิสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท นันยางเท็กซ์ไทล์ กล่าวว่า จากการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ช่วยสร้างให้เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากกว่า 100 แบรนด์ ที่มีโอกาสจากช่องทางจำหน่ายที่มากขึ้นผ่านโซเชี่ยล มีเดีย เฟซบุ๊ค อินสตราแกรม กลุ่มบริษัทนันยางเท็กซ์ไทล์ ในฐานะผู้นำธุรกิจสิ่งทอและโซลูชั่นส์การผลิตเครื่องนุ่งห่มครบวงจร จึงเปิด “Hatch Designer Hub” เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ให้กับธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่น ที่ซอยวัดสน สุขสวัสดิ์ 35 ที่เป็นแหล่งค้าส่งผ้ายืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยใช้งบประมาณกว่า80 ล้านบาท

“ปัจจุบันมีดีไซนเนอร์เจเนอเรชั่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้งต่างประเทศ เข้ามาประกอบธุรกิจแฟชั่นมากขึ้น จึงเปิดแฮช ดีไซน์เนอร์ ฮับ เพื่อเจาะตลาดดีไซน์เนอร์ที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และทัดเทียมประเทศชั้นนำในอุตสาหกรรมแฟชั่นของโลกไม่ว่าจะเป็นอิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน” วิบูลย์กล่าว

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อยู่ในสถานการณ์ทรงตัว โดยมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท มีโรงงานผลิตปิดตัวลง 20-30% แต่มีผู้ประกอบการรายใหม่เปิดขึ้นมาทดแทน ซึ่งสภาพอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนแปลงจากเน้นค้าขายสินค้าราคาถูก มาเน้นการซื้อขายสินค้าที่มีนวัตกรรมและคุณภาพระดับสากล โดยนันยางเท็กซ์ไทล์ เป็นผู้ผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลก เช่น ไนกี้ ยูนิโคล่ มูจิ และโอคเลย์ เป็นต้น โดยมีกำลังการผลิต 58 ล้านตัวต่อปี โดย 80-90% เป็นการผลิตเพื่อส่งออก จากโรงงานทั้งหมด 6 แห่ง ในไทย สปป.ลาว และเวียดนาม มีคลังและศูนย์กระจายสินค้าที่สหรัฐอเมริกา 

วิบูลย์ กล่าวว่า การเปิด Hatch Designer Hub จะเป็นการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะ 5 – 10 ปีข้างหน้า ด้วยการสร้างระบบนิเวศน์ให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้เลือกใช้สินค้า โดยไม่ต้องกังวลกับจำนวนขั้นต่ำในการผลิต ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์รวมผ้ายืดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ซัพพลายให้แบรนด์ดังในต่างประเทศ ยังเป็นศูนย์บริการด้านความรู้ (Knowledge Center) ตั้งแต่วัตถุดิบของผ้าแต่ละชนิด รูปแบบแพทเทิร์น จนถึงการตัดเย็บเพือจัดจำหน่าย รวมทั้งได้ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างแฮมเบอร์เกอร์ สตูดิโอ และคิว ดีไซน์ แอนด์ เพลย์ ออกคอลเลคชั่นพิเศษที่ผลิตจากผ้าของ HATCH เพื่อสร้างแรงบันดาลให้นักออกแบบรุ่นใหม่

cof

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมลงทุนกับกลุ่มสตาร์ทอัพแฟชั่น 2-3 รายที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดแฟชั่นไทยต่อไป 

ทั้งนี้ หลังจากทดลองเปิดให้บริการในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ชนิดของผ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ Dry-Tech เพราะสวมใส่สบาย ระบายอากาศดี เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย และ Syntrel ผ้าสำหรับสวมใส่เพื่อออกกำลังกาย มีคุณสมบัติซับเหงื่อได้รวดเร็ว ทำให้เสื้อผ้ากลุ่มสปอร์ต แวร์ เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยลูกค้า 80% เป็นลูกค้าที่เคยผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายอยู่แล้ว และต้องการลองเลือกใช้ผ้าชนิดใหม่ที่มีนวัตกรรม และอีก 20% เป็นผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ตัวเอง

“HATCH จะเป็นมาร์เก็ตเพลสให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ใคร เราต้องการเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยได้มีโอกาสเติบโตเทียบเท่าอุตสาหกรรมแฟชั่นในระดับโลก” วิบูลย์กล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

3 ธุรกิจเพื่อสังคม ผุด Care Station ร้านสะดวกซื้อรักษ์โลก

Share Tweet Pin 0shares “Carenation – Refill Station – PAVA architects” 3 ธุรกิจเพื่อสังคม ผนึกกำลัง เปิดร้านสะดวกซื้อรักษ์โลก นำสินค้าภายใต้คอนเซ็ปท์ไม่ทำร้่ยโลก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ของ Refill Station และ Carenation ร่วมจำหน่าย
shares