“Health@Home”…เฮลท์แคร์ ธุรกิจที่มีโอกาส

admin

ในวันที่หลายๆ ธุรกิจกำลังซวนเซ เหตุเพราะไวรัวร้าย โควิด -19 วุ่นวาย สร้างความเสียงหายกับธุรกิจโลกมากมาย แต่หนึ่งในธุรกิจที่ยังเดินหน้าไปแบบไม่สะดุด หรือจะมีกระตุกๆ บ้างก็เพียงเล็กน้อย นั่นก็คือ ธุรกิจเฮลท์แคร์ ซึ่งสตาร์ทอัพอย่าง “Health @ Home” ของ “หมอตั้ม” – “นพ.คณพล ภูมิรัตนประพิณ” กำลังค่อยๆ ก้าวไปเงียบๆ

“หมอตั้ม” เป็นแพทย์อายุรกรรม ที่เรียนต่อเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ (Geriatric Medicine) จาก Icahn School of Medicine at Mount Sinai, USA เขาได้ริเริ่มธุรกิจสตาร์ทอัพที่นำนวัตกรรม สร้างเป็นแพลตฟอร์มเข้ามาแก้ปัญหาและพัฒนาการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งเปิดบริการมาแล้วกว่า 4 ปี และสามารถพัฒนาทำให้ธุรกิจเติบโตก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่องปีละกว่า 10%

คุณหมอคนเก่งคนนี้บอกว่า การเติบโตของ “Health @ Home” ไม่ได้หวือหวาเหมือนบางธุรกิจ การเติบโต ก็เป็นการเติบโตตามการขยายตัวของกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ที่ต้องการบริการการดูแลที่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่า คนกลุ่มนี้นับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตามสัดส่วนของผู้สูงอายุได้เมืองไทย ที่เพิ่มปริมาณขึ้นทุกปี จนตอนนี้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ โดยในปี 2564 ไทยจะมีผู้สูงวัยที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปราว 13 ล้านคน

เพราะฉะนั้น แม้แนวโน้มการเกิดใหม่ของธุรกิจสตาร์ทอัพทั่วโลกจะลดลงเรื่อยๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย แต่สตาร์ทอัพอย่าง “Health @ Home” ยังอยู่รอดแน่นอน

“หมอตั้ม” พูดถึงมุมมองของเขา กับแนวโน้มธุรกิจสตาร์ทอัพว่า สตาร์ทอัพต่อไป กำลังเข้าสู่เวฟที่สาม เหมือนที่หนังสือ The Third Wave บอกไว้ว่า เวฟแรก คือ ฮาร์ดแวร์ ก็จะเห็นบริษัทอย่าง ไอบีเอ็ม ซิสโก้ เวฟที่สอง คือบรรดาโซเชียลมีเดีย อย่าง เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ซึ่งเป็นคอมมูนิเคชั่นแพลตฟอร์ม ส่วนเวฟที่สาม ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นอะไร แต่ต้องไม่ใช่การสื่อสารแบบพื้นๆ หรือแค่แอปพลิเคชั่นทั่วไปแน่นอน เพราะฉะนั้น ก็ต้องมาติดตามดูกันว่า เวฟสามของสตาร์ทอัพจะเป็นอย่างไร แน่นอนว่า ฟันด์ดิ้ง หรือ Venture Capital ยังมี แต่คงไม่ใช่ mainstream อีกต่อไป อาจเป็นคอร์ปอเรทมาลงทุน หรืออาจเป็นการลงทุนเอง แต่ต้องทำให้ธุรกิจกำไรตั้งแต่วันแรก

“หมอตั้ม” บอกว่า ธุรกิจเฮลท์แคร์ยังมีโอกาส เพราะยังมีความต้องการ ที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 10% อย่างที่บอกข้างต้น วิธีพัฒนาธุรกิจของเฮลท์ แอท โฮม ต้องไม่ถมเงินเพิ่มทำให้ธุรกิจโตอย่างหวือหวา เพราะนั่นไม่ใช่แนวทางของเฮลท์แคร์ การเติบโตของธุรกิจนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพและบริการอย่างมาก กระบวนการทำงาน กฌต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ตามพฤติกรรมและแนวโน้มของกลุ่มเป้าหมาย

ทิศทางการเติบโต ที่ “Health @ Home” จะก้าวเดินต่อไป ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพ แต่การขยายธุรกิจเปิดโอกาสทางธุรกิจก็ยังต้องมี ซึ่งเขามองว่า “Health @ Home” อาจมีการเมิร์ซ หรือ ปลั๊กอิน กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ภายใต้เป้าหมายการเป็น “ศูนย์เซอร์วิสโพรวายเดอร์” ที่มีมาตรฐานคุณภาพ ซึ่งขณะนี้เขาได้เปิดบริการ เฮลท์แคร์เซ็นเตอร์ หรือ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ของตัวเองไปแล้ว เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาบุคลากร และการให้บริการ

Leave a Reply

Next Post

ซีพีเอฟ สานต่อโครงการ "อิ่ม สุข ปลูกอนาคต”

Share Tweet Pin 0shares ซีพีเอฟ เดินหน้า สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อน้องๆ รร. บ้านบึงกระโดน (ศิริสิงห์อุปถัมภ์) สานต่อโครงการ “อิ่มสุข ปลูกอนาคต”        
shares