KBank – JP Morgan สนับสนุน 3 อุตสาหกรรมน่าลงทุนในจีน

admin
0 0

Sharing is caring!

Read Time:5 Minute, 18 Second

เผยโอกาสลงทุนในจีน 3 อุตสาหกรรมหลัก “เทคโนโลยี พลังงานสะอาด การบริโภคภายในประเทศ” เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง พร้อมสนับสนุน ผ่าน K-CHINA รับแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว ด้าน JP Morgan ย้ำ ภาคอสังหาฯ ยอดขายและการลงทุนยังหดตัว

นางสาวศิริพร สุวรรณการ Senior Managing Director, Financial Advisory Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากภาพรวมการลงทุนทั่วโลก สถานการณ์เงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐฯ กดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตช้าลง ในขณะที่จีนยังก็คงดำเนินนโยบาย Zero-Covid ที่แม้จะยืดหยุ่นมากขึ้น แต่เมื่อมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อ ทางการจีนก็ยังประกาศให้ล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

ในขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ยังคงอ่อนแอ จากปัญหาด้านสภาพคล่องในบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่แม้รัฐบาลจะเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยกดดันหลัก ทำให้ตลาดหุ้นจีนยังไม่ฟื้นตัว

นางสาวศิริพร สุวรรณการ Senior Managing Director, Financial Advisory Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

อย่างไรก็ดี จีนยังสามารถใช้นโยบายทางการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง และจีนยังไม่มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยเหมือนกับประเทศอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เป็นสิ่งที่นักลงทุนยังต้องติดตามว่านโยบายของจีนจะเปลี่ยนไปอย่างไร และจะกระทบต่อภาพรวมการลงทุนอย่างไร

นายโฮเวิร์ด หวัง Head of Greater China Equities JP Morgan Asset Management กล่าวว่า จากนโยบาย Zero-Covid ของจีน ​​ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคในประเทศ​​อีกทั้งปัญหาในภาคอสังหาฯ ล้วนส่งผลให้ยอดขายและการลงทุนหดตัว ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีนมาอย่างต่อเนื่อง

นายโฮเวิร์ด หวัง Head of Greater China Equities JP Morgan Asset Management

อย่างไรก็ดี JP Morgan มองว่าจีนจะกระตุ้นเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมอื่นๆ แทน เช่น

  1. จีนจะลดความเข้มงวดข้อบังคับในบริษัทอินเทอร์เน็ต หลังจากที่เข้มงวดมามากก่อนหน้านี้ ซึ่งแม้ว่าจะกระทบต่อผลดำเนินงานของบริษัทเทคโนโลยี แต่เชื่อว่าจะทำให้บริษัทแข็งแกร่งขึ้นได้ในระยะยาว
  2. สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศ เพื่อหันมาพึ่งพาการผลิตในประเทศมากขึ้น และลดการพึ่งพาต่างชาติ
  3. สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ให้สอดคล้องกับกระแสหลักของโลกที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

3 กลุ่มธุรกิจหลักที่ JP Morgan เลือกลงทุนในหุ้นจีน ได้แก่
1) Technology: การอัพเกรดเทคโนโลยีและทดแทนการนำเข้า โดยความสนับสนุนของรัฐบาลจีนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ภาคเอกชนจึงมีการลงทุนในหลากหลายด้าน ซึ่งจะผลักดันให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมและเซมิคอนดักเตอร์ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

2) Carbon Neutrally: เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานสะอาด จาการที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2060 ทำให้การลงทุนในธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น พลังงานทดแทน รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยรถยนต์ไฟฟ้าขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคจีน อีกทั้งประเทศจีนมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเทียมที่มีเทคโนโลยีทันสมัย รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอีกด้วย

3) Consumption: ผู้บริโภคต้องการสินค้าคุณภาพและสุขภาพที่ดี จีนทำ จีนใช้ จีนเติบโต จากการที่จีนเป็นตลาดด้านการบริโภคที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของโลก จากจำนวนประชากร 1.4 พันล้านคน เทียบเท่ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือยในประเทศจีน คาดว่าจะแตะระดับ 48 % ของยอดขายทั่วโลกในอีก 3 ปีข้างหน้า

JP Morgan ประเมินว่าการลงทุนในระยะยาวในตลาดหุ้นของประเทศจีนปัจจุบัน มีโอกาสสร้างผลตอบแทนประมาณ 15 – 20 % ต่อปีในระยะ 5 ปี ข้างหน้า เนื่องจาก Valuation อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวและต่ำกว่าตลาดหุ้นหลักอื่นๆ ของโลก และตลาดได้สะท้อนปัจจัยลบต่างไปมากแล้ว

ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า นโยบาย Zero-Covid ของจีนที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจให้ไม่สามารถฟื้นตัวได้เป็นเรื่องของการเมือง เนื่องจากเกรงว่าการแพร่ระบาดจะลุกลามก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี หลังการประชุมผ่านไป ทางการจีนน่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายแบบค่อยๆ ผ่อนคลาย เริ่มจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ก่อน ซึ่งอาจจะกินเวลายาวนานถึง 1 ปีกว่า Zero-Covid จะสิ้นสุด

ด้านภาคอสังหาฯ ของจีน คาดว่าสี จิ้น ผิง ไม่น่าจะออกมาตรการรุนแรงใดที่จะช่วยกระตุ้นกลุ่มอสังหาฯ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมองกว่ากลุ่มนี้ไม่ได้เป็น Growth Engine หรือตัวกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะมองว่าบ้านมีไว้สำหรับอยู่อาศัย ไม่ได้มีไว้ปั่นราคา มองว่าหากกลุ่มอสังหาฯ ไม่สามารถกลับมาเฟื่องฟูได้ แต่ยังมีกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า หรือนวัตกรรมด้าน Hardware ต่างๆ ที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญมากกว่า

ส่วนเรื่องการมาตรการเพื่อควบคุมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในจีน ไม่ว่าจะเป็น เกมส์ออนไลน์ อีคอมเมิร์ส โซเชียล มีเดีย และ สถาบันกวดวิชา จากความกังวลว่าจะเกิดการผูกขาด จะไม่มีการเข้มงวดเพิ่มเติม แต่คงจะไม่ผ่อนคลายอย่างมีนัยสำคัญ เพราะทางการจีนมองว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นเศรษฐกิจมายา ไม่ใช่ เศรษฐกิจจริง อย่างเช่น กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด รวมถึงระบบการทำงานอัตโนมัติ (Automation) ที่จะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกให้กับจีนได้

นางสาวศิริพร กล่าวสรุปว่า KBank Private Banking มองว่าหลังจากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน จะมีแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในระยะยาวที่มีความชัดเจน ทั้งในด้านการอัพเกรดเทคโนโลยีและทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การบริโภคสินค้าที่ผลิตในประเทศที่ผู้บริโภคจีนต้องการสินค้าคุณภาพและสุขภาพที่ดี ทำให้การลงทุนในจีนเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ที่จะสร้างโอกาสเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยในกรณีฐานคาดหวังผลตอบแทนสูงถึง 17-20% ใน 12 เดือนข้างหน้า

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Next Post

เฉียบ! CPF รับรางวัลองค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ-ยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยมจากอบก. 2 ปีซ้อน

ซีพีเอฟ คว้ารางวัลยอดเยี่ยมองค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ประจำปี 2565 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ประกาศเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง