กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2563

admin

กรอ.มอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2563 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ 4.0  ตามนโยบายเศรษฐกิจใหม่ “BCG Model”

เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เผยในปีนี้มีผู้ประกอบการได้รับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลจำนวน 79 รางวัล พร้อมรางวัลชมเชย 5 รางวัล จากผู้สมัครทั้งสิ้น 260 ราย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงข่าวพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในงานแถลงข่าวพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2563 (The Prime Minister’s Industry Award 2020) ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อมอบให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความวิริยอุตสาหะ ในการพัฒนาการประกอบการให้มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนด

“กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายเศรษฐกิจใหม่ “BCG Model” ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) เป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจหลักพร้อมกัน โดยนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curves) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดการนำกลับมาใช้และลดปริมาณขยะหรือของเสียให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อโลกและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาและยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย สู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างยั่งยืน”

และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ในส่วนภาคอุตสาหกรรมของไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือทั้งมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูธุรกิจในหลาย ๆ ด้านได้แก่ มาตรการพักชำระหนี้และเติมเงินสินเชื่อ การยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีโรงงานอุตสาหกรรม 56,598 แห่งทั่วประเทศ และมาตรการอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นส่งเสริมผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการปรับตัวเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ในยุควิถีใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาปรับใช้

นายสุริยะ กล่าวว่า “รางวัลอุตสาหกรรม” เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศสูงสุดที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการจัดพิธีมอบ “รางวัลอุตสาหกรรม” อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา ปีนี้นับเป็นปีที่ 28 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจและประกาศเกียรติคุณผู้ประกอบการธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนดในระดับที่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดี มีความคิดริเริ่มและมีความวิริยอุตสาหะ ในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับผู้ประกอบการและสถานประกอบการต่าง ๆ

ในส่วนของผลการพิจารณาคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2563 มีผู้ประกอบการได้รับการพิจารณาคัดเลือก จำนวนทั้งสิ้น 79 รางวัล พร้อมรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล จากผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจำนวน 260 ราย โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล ผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้คือ บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด 2. รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น จำนวน 48 รางวัล แบ่งเป็น 8 ประเภทรางวัล 3. รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและย่อมดีเด่น จำนวน 30 รางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภทรางวัล

รางวัลอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการได้รับ ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการคงคุณภาพ และพัฒนาการประกอบการให้มีประสิทธิภาพแม้ในสภาวะวิกฤติได้อย่างน่าชื่นชม ในขณะเดียวกัน เหล่าคณะกรรมการและคณะทำงานที่มีหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบประเมินผล ณ สถานประกอบการต่าง ๆ ต้องใช้ความพยายามและความอุตสาหะเป็นอย่างมากในการรวบรวมข้อมูลและผลการประเมินต่าง ๆ อีกทั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในแขนงต่าง ๆ มีการให้คำแนะนำ แนะแนวทางการพัฒนาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในดำเนินงานให้กับผู้ประกอบการ

สำหรับการจัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2563 (The Prime Minister’s Industry Award 2020) กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการจัดงาน กำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2563 เวลา 13.30 น. ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยได้รับเกียรติจากท่านนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ NBT ในวันและเวลาดังกล่าว ซึ่งการจัดงานดำเนินงานตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

ผลการตัดสินและพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2563  
กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2563 ประกอบด้วย 3 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น และรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยในปีนี้มีผู้ประกอบการได้รับการพิจารณาคัดเลือกรับรางวัลดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น  79 รางวัล พร้อมรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล จากผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจำนวน 260 ราย ดังนี้
1.รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดในปีนี้ คือ บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคประเภท ผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์ครีมต่างๆ ภายใต้ตราสินค้า คาร์เนชัน ทีพอท แมกโนเลีย ตราหมี ฯลฯ   โดยที่ผ่านมาได้รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 3 ปีซ้อน ได้แก่ รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2557 ประเภทการเพิ่มผลผลิต  รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2558 ประเภทการจัดการพลังงาน  และรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2560 ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม  
2. รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น จำวน 48 รางวัล แบ่งเป็น 8 ประเภทรางวัล ดังนี้
1) ประเภทเพิ่มผลผลิต จำนวน 2 รางวัล
2) ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จำนวน 4 รางวัล
3) ประเภทการบริหารความปลอดภัย จำนวน 4 รางวัล
4) ประเภทการบริหารงานคุณภาพ จำนวน 14 รางวัล
5) ประเภทการจัดการพลังงาน จำนวน 6 รางวัล
6) ประเภทการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน จำนวน 4 รางวัล
7) ประเภทอุตสาหกรรมศักยภาพ จำนวน 6 รางวัล
8) ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม จำนวน 8 รางวัล
3. รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและย่อมดีเด่น จำนวน 30 รางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภทรางวัล ดังนี้
1) ประเภทการบริหารจัดการ จำนวน 6 รางวัล
2) ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ จำนวน 10 รางวัล
3) ประเภทการจัดการเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม จำนวน 11 รางวัล
4) ประเภทบริหารธุรกิจสู่สากล จำนวน 3 รางวัล
ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2563 จำนวนทั้งสิ้น  79 รางวัล จะได้เข้ารับรางวัลพร้อมโล่เกียรติยศ จาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี  

Leave a Reply

Next Post

คนละครึ่ง เฟส 2 ลงทะเบียน 16 ธ.ค.นี้

คนละครึ่ง เฟส 2 เดินหน้า ศบศ.เห็นชอบ ให้สิทธิเพิ่ม 5 ล้านราย เปิดลงทะเบียน 16 ธ.ค. พร้อมเพิ่มวงเงินเป็น 3,500 บาท ส่วนผู้ลงทะเบียนเดิม ได้เพิ่มอีกคนละ 500