เปิดแพลทฟอร์ม “สมาร์ทสวิฟท์” รุกธุรกิจการโอนเงิน

admin
0 0

Sharing is caring!

Read Time:2 Minute, 24 Second

33 รีมิตแตนซ์ เปิดแพลตฟอร์ม “สมาร์ทสวิฟท์” โอนเงินออกนอกประเทศแบบไม่ยุ่งยาก กว่า 60 ประเทศทั่วโลก รองรับธุรกิจกรรมโอนเงินที่เติบโตต่อเนื่อง

นายธีรธร พันธุ์ยิ้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 33 รีมิตแตนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งบริษัทฯ เมื่อปี 2564 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อรุกตลาดธุรกรรมการโอนเงิน พร้อมให้บริการทางการเงินแบบ Non-bank แบบ One-stop สำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยพัฒนาโซลูชั่นการโอนเงิน ผ่านแพลทฟอร์ม “สมาร์ทสวิฟท์”

การโอนเงินออกนอกประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ธนาคารต่างๆ มักจะคิดค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนที่แพง ต้องใช้เอกสารประกอบมากมาย ทุกๆ ขั้นตอนเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับลูกค้า แต่ตอนนี้ “สมาร์ทสวิฟท์” จะเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าที่ต่างต้องการตัวเลือกที่ดีกว่า ทั้งในเรื่องความสะดวกสบายและสามารถใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา

บริษัทฯ ได้นำ Pain Point การโอนเงินข้ามประเทศ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ขั้นตอนเยอะ และใช้เวลานาน พร้อทั้งต้องกรอกหรือยื่นเอกสารจำนวนมาก โดยนำนวัตกรรมทางการเงินมาแก้ไขปัญหาผ่านแพลทฟอร์ม ‘สมาร์ทสวิฟท์’ โดยนำ Application Program Interface หรือ API เข้ามาใช้เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม ทำให้กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่แพลตฟอร์มที่สามารถให้บริการ “โอนเงินข้ามประเทศทันที” โดยผู้ใช้งานสามารถได้รับประโยชน์จากการทำธุรกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ หรือโมเดิร์น แบงค์กิ้ง ที่ทุกคนสามารถโอนเงินจากประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้บนโทรศัพท์มือถือ ด้วยระยะเวลาสั้นๆ และสะดวก ในการโอนเงินไปประเทศต่างกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

นายธีรธร พันธุ์ยิ้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 33 รีมิตแตนซ์ จำกัด

บริษัท 33 รีมิตแตนซ์ ได้รับใบอนุญาตทั้งการประกอบธุรกิจ เป็นนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และการเป็นตัวแทนโอนเงินต่างประเทศ จากธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ส่วนแพลตฟอร์มสมาร์ทสวิฟท์ ได้รับการรับรองผ่านมาตรฐานความปลอดภัย PCI-DSS ระดับ 1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

ตามรายงานของเว็บไซต์ Trading Economics มูลค่าการโอนเงินข้ามประเทศของไทยทำสถิติสูงสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีมูลค่ามากถึง 21,027 พันล้านบาท และช่วงเวลาที่มีการโอนเงินข้ามประเทศมากที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี

“ในปี 2566 เราคาดการณ์ว่าการโอนเงินข้ามประเทศจากประเทศไทยจะเติบโตมากขึ้นอีก 30% ซึ่งเราตั้งเป้าเอาไว้ว่าสมาร์ทสวิฟท์จะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทย และชาวต่างชาติที่พำนักหรือทำงานในเมืองไทย นิยมใช้บริการโอนเงินข้ามประเทศมากที่สุด 1 ใน 3 อันดับแรกภายในครึ่งปีแรกของปีหน้านี้” ธีรธร กล่าวเสริม

ตั้งแต่วันนี้ ถึงสิ้นมกราคมปี 2566 ผู้ใช้บริการสมาร์ทสวิฟท์รายใหม่ และผู้ใช้บริการปัจจุบัน สามารถใช้บริการโอนเงินข้ามประเทศได้โดยปลอดค่าธรรมเนียม โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อโอนเงินได้แล้ว ในวันนี้ทั้งบน iOS และแอนดรอยด์ ที่นี่

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Next Post

JOHNSON & JOHNSON คว้ารางวัลด้านสิ่งแวดล้อม สานพันธกิจความยั่งยืน

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยม “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ประกาศสานต่อพันธกิจความยั่งยืน ภายใต้ ESG ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ระยะที่ 2 กำลังผลิต 1,826 MWh ต่อปี เพื่อบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 100%

You May Like