MQDC – Nebula แชร์ไอเดีย สร้างสรรค์เมืองในอนาคต

admin
0 0
Read Time:4 Minute, 11 Second

FutureTales Lab by MQDC – Nebula ร่วมแชร์ไอเดีย การสร้างสรรค์เมืองในอนาคตให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผนึก กรุงเทพมหานคร ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และ ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง ให้ความรู้ผู้เข้าแข่งขันแฮกกาธอนระดมสมองพัฒนากรุงเทพฯ

“ดร.การดี เลียวไพโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์และสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกับ ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (FREC Bangkok)และ ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง (Urban Studies Lab / USL) จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขันแฮกกาธอน เพื่อค้นหาและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนากรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ “BMA x FREC Hackathon” ในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2566 และได้เชิญศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา และ บริษัท เนบิวลา คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Nebula Corporation) ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและการพัฒนาเมือง จัดกิจกรรมบรรยายองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ช่วยให้ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากขึ้น

“ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทางศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ได้ร่วมกับ บริษัท เนบิวลาฯ จัดกิจกรรม Knowledge Sharing ขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาเมืองในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเรียนรู้เรื่อง การวิเคราะห์คาดการณ์ (Foresight) อนาคตของกรุงเทพฯ จากทีมผู้เชี่ยวชาญของศูนย์วิจัย พร้อมทั้งได้รับชม ‘Bangkok Next Tales’ ระบบอัจฉริยะที่จำลองสถานการณ์ความเป็นไปได้ในด้านต่างๆของกรุงเทพมหานครในอนาคต เช่น ปริมาณพื้นที่สีเขียว ปริมาณผิวจราจร รวมทั้งสถานการณ์สุดขั้วอย่างเช่นภาวะน้ำท่วม เป็นต้น และ ‘Future of Living’ ฉายภาพอนาคตการใช้ชีวิตของมนุษย์ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย การเดินทาง และรูปแบบเมืองในอนาคต โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมนี้จะช่วยเพิ่มความรู้และทักษะใหม่ๆให้กับผู้เข้าแข่งขันได้นำไปใช้ออกแบบเมืองในฝันของทุกคนได้” ดร.การดี กล่าว


“สุณัฏฐา พงษ์เจริญ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านการคาดการณ์อนาคต ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา FutureTales Lab by MQDC กล่าวถึงภารกิจหลักของศูนย์วิจัย เน้นการวิจัยเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ในอนาคต ออกแบบเครื่องมือและฐานข้อมูล (Data Platform) ที่จะช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่สนใจทั้งในและต่างประเทศในการค้นคว้า วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลด้านอนาคตศาสตร์
“กระบวนการทำ Foresight คือการวิเคราะห์อนาคตจากข้อมูล ณ ปัจจุบัน โดยใช้หลักการ STEEPV – Social, Technological, Economical, Environmental, Political, Values เพื่อดูแนวโน้มว่าการเปลี่ยนแปลงภายใต้ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่ออนาคตอย่างไร มีสัญญาณอะไรบ้างที่อาจพัฒนาเป็นเทรนด์ เพื่อมองหาโอกาสและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในมิติต่างๆ เพื่อให้เรารับมือได้อย่างทันท่วงที


นอกจากนี้ “สุณัฏฐา” ยังได้เผยแพร่ผลงานวิจัย ‘Future of Urbanization’ การมองอนาคตของกรุงเทพมหานครในอีก 30 ปีข้างหน้า ในแง่มุมต่างๆ คือ การใช้ชีวิต การเดินทาง สาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะเป็นคู่มือสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในการวางแผนการพัฒนาเมืองให้ตรงตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และส่งเสริมให้เป็นเมืองที่ผู้อยู่อาศัยมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี


ในกิจกรรมเดียวกันนี้ “ดร.นภาสินี สืบสุข” ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านนวัตกรรมเมือง บริษัท เนบิวลา คอร์ปอเรชั่น จำกัด ชี้ให้เห็นว่า รูปแบบเมืองในอนาคต จะต้องเป็น ‘Future City for Climate Resilience’ หรือเมืองที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ สามารถปรับตัวได้ตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการใช้คาร์บอนที่สูงขึ้น ความร้อน และฝุ่นควันที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องออกแบบเมืองที่รองรับให้คนอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป


การพัฒนาไปสู่เมืองที่ดีนั้น ต้องตอบโจทย์สำคัญใน 4 ด้าน คือ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ (Harmony Living) สุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health & Wellness) และด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Stability)


“พฤฒิเชษฐ์ เลิศอุดมพฤกษา” ผู้จัดการอาวุโสด้านนวัตกรรมเมือง และ “ปภาพินท์ พลเยี่ยม” ผู้จัดการด้านนวัตกรรมเมือง บริษัท เนบิวลา คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “Future City for Climate Resilience” ถือเป็นหนึ่งในภารกิจของเนบิวลาในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาเมืองที่เน้นการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของเมืองไปพร้อมๆ กับการดูแลโลกใบนี้ โดยมีเป้าหมายคือ การสร้าง Resilient & Regenerative City เมืองที่สามารถคงอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง เช่นตัวอย่างการพัฒนาของไทเป สู่เมืองแห่งกิจกรรมและการท่องเที่ยว

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Next Post

SCGC รับรางวัลส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เขายายดา

โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เขายายดา จ. ระยอง ของ SCGC รับโล่เกียรติคุณจาก BEDO ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืน